กงเกวียนกำเกวียน

 เวรสนองเวร กรรมสนองกรรม

ปัญหาในเด็กนอนกรน

เด็กที่นอนกรนตั้งแต่ 3 คืนต่อสัปดาห์ขึ้นไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรายที่มีความผิดปกติบางอย่าง เช่น เลี้ยงไม่โต มีปัญหาทางด้านพฤติกรรม การเรียนแย่ลง ปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยว่ามี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือไม่เพื่อทำการรักษานอนกรนต่อไป โดยในเบื้องต้นเด็กที่นอนกรนควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ มลภาวะ และสารกระตุ้นภูมิแพ้ต่างๆ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอาการ แน่นจมูก และทำให้อาการแย่ลง สำหรับรายที่มีน้ำหนักมากควรลดความอ้วน และ ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ ส่วนต้นควรให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีวิธีการรักษานอนกรนในเด็กที่มีปัญหานี้ที่มีประสิทธิภาพสูง ได้หลายวิธี 1. การรักษาโดยการผ่าตัดการผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ 2. การรักษาโดยการใช้ยา เช่น ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ 3. การรักษาโดยการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดต่อเนื่อง 4. การรักษาโดยวิธีอื่นๆ

more... »

Mon, August 8 2016 » สุขภาพ » Comments Off on ปัญหาในเด็กนอนกรน

นอนกรนรักษาได้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

คุณเคยมีอาการอย่างนี้กันบ้างไหม – นอนตื่นสายทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนดึก – นอนมาก ตื่นก็สาย แต่ทำไมไม่สดชื่น แถมมีอาการง่วงๆ ซึมๆ อีกต่างหาก – หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย ความสามารถในการจำลดลง – ตกบ่ายก็เกิดอาการหาว และอยากนอน ไม่ว่าเพศใด วัยใด น้ำหนักขนาดไหน ถ้าหากมีอาการที่มีลักษณะเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกับอาการต่างๆ เหล่านี้ ควรสังเกตตนเองและพูดคุยกับคนใกล้ชิดว่าอาการเหล่านี้เป็นมากน้อยเพียงใด และควรใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้น “การนอน จะไม่ใช่การพักผ่อนที่ดีที่สุด” ของคุณอีกต่อไป การนอนหลับที่ปกติเป็นเรื่องของธรรมชาติอย่างหนึ่ง รวมถึงการ “นอนกรน” แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้รับรู้ว่าการ “นอนกรน” มีอันตรายต่อสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดอย่างมาก จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคน “นอนกรน” เรื่องนี้ง่ายมากๆ นั่นคือ ถามคนใกล้ชิด (ไม่ว่าจะเป็น สามี ภรรยา หรือลูกหลานก็ได้) ถ้าไม่เชื่อก็ควรให้คนใกล้ชิดบันทึกเสียงขณะหลับไว้เปิดฟังในเวลาตื่นนอน ว่าเสียง “นอนกรน” ของตนรบกวนคนอื่นขนาดไหน คราวนี้แหละ รู้แน่ๆ ว่า “นอนกรน” รบกวน […]

more... »

Fri, June 17 2016 » สุขภาพ » Comments Off on นอนกรนรักษาได้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ประเภทของการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกนับได้ว่าเป็นหนึ่งในการทำศัลยกรรมความงาม ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ตัวเล็กหรือมีรูปร่างผอม ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจมีขนาดของหน้าอกค่อนข้างเล็ก และสร้างความไม่มั่นใจให้ตัวเองเวลาสวมใส่เสื้อผ้า หรือคุณแม่ที่เคยให้นมบุตร ก็อาจจะเจอปัญหาหน้าอกหย่อนยาน ดังนั้นการเสริมหน้าอก จึงเป็นคำตอบ ของการสร้างความมั่นใจสำหรับคุณผู้หญิงกลับคืนมาได้อย่างแท้จริง ประเภทของการเสริมหน้าอก ปัจจุบันการศัลยกรรมเพิ่มขนาดของหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น สามารถทำได้ด้วยกัน 3 วิธี คือ 1.การเสริมหน้าอกด้วยการฉีดสารเติมเต็ม หรือ Filler เป็นการเสริมหน้าอกด้วยการฉีดสารจำพวก Hyarulonic Acid โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มขนาดหน้าอกแต่ไม่อยากผ่าตัด ซึ่งหน้าอกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยใช้เวลาไม่นานเพียง 30 นาที ซึ่งสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น โดยหน้าอกจะคงสภาพความสวยงามนาน 1-2 ปี 2.การเสริมหน้าอกด้วยไขมันของตัวเอง โดยเป็นการเสริมด้วยไขมันที่ดูดออกจากร่างกายของตัวเอง เช่น ดูดจากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น การฉีดไขมันเสริมหน้าอกจะต้องใช้ประมาณ 200-300 ซีซี (ถ้าต้องการเพิ่มให้ใหญ่กว่านี้ควรใส่ด้วยถุงซิลิโคนจะดีที่สุด) สามารถทำได้เฉพาะผู้ที่มีไขมันเพียงพอเท่านั้น ซึ่งข้อดีของการเสริมด้วยไขมันตัวเองนั้น เนื่องจากเป็นไขมันของตัวเราเอง ฉะนั้นร่างกายจะสามารถยอมรับได้ จึงทำให้ไม่มีผลกระทบหรือผลข้างเคียงใด ๆ และได้ประโยชน์จากส่วนที่ถูกดูดออกไปด้วย เช่น ไขมันส่วนเกินตามหน้าท้อง ต้นขา ก็จะลดลงไป และจะไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่ จะมีเพียงแผลเจาะเล็ก […]

more... »

Thu, May 19 2016 » สุขภาพ » Comments Off on ประเภทของการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับอาการคนท้องในปัจจุบันนี้

เมื่อกลายเป็นคนท้องอาหารที่เคยกินเคยดื่มในชีวิตประจำวันของอาการคนท้องอาจจะกลายเป็นอาหารที่ควรเลี่ยงขณะตั้งครรภ์ เพราะอาหารบางอย่างส่งผลกระทบต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ อาหารที่คนท้องควรเลี่ยง คาเฟอีนมากเกินไปทั้งจากกาแฟและอาหาร/เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนการได้รับคาเฟอีนมากเกินไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำหนักแรกเกิดของทารกที่มากหรือน้อยกว่าปกติ รวมถึงอายุครรภ์ที่น้อยกว่าปกติ อาหารเค็มช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างกระดูกทดแทนเร็วมาก กระดูกของอาการคนท้องจะเสื่อมลงและมีการสร้างกระดูกใหม่ในช่วงนี้เร็วกว่าปกติ กระบวนการทดแทนกระดูกใหม่นี้จะปล่อยโลหะหนักที่สะสมในกระดูกมาเป็นระยะเวลาหลายปีออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่สารตะกั่ว ระดับสารตะกั่วในเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หากร่างกายได้รับโซเดียมมาก ๆ ไตจะพยายามขับโซเดียมออกและแคลเซียมก็จะถูกขับออกไปพร้อม ๆ กับโซเดียมด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากโดยเฉพาะสำหรับอาการคนท้องไม่ได้กำลังบอกคนท้องว่าจะต้องรับประทานอาหารโซเดียมต่ำแต่ให้พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัดเพื่อช่วยรักษาระดับแคลเซียมในกระดูกและช่วยป้องกันลูกน้อยจากการได้รับสารตะกั่ว ไม่ใช่แค่สารตะกั่วในเลือดในระดับสูงเท่านั้นที่จะเป็นอันตรายมีการค้นพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าสารตะกั่วแม้ในปริมาณเล็กน้อยก็อาจเป็นอันตรายกับลูกน้อยได้ อาการคนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรียหรือรา ระหว่างตั้งครรภ์ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่จะอ่อนแอลง การหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ปลอดภัยเหล่านี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และอาหารที่เป็นพิษเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้เช่นกัน หลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารอะคริลาไมด์ บีพีเอและสารพิษอื่น ๆ สารเหล่านี้มีส่วนทำให้ทารกมีน้ำหนัก ส่วนสูง และเส้นรอบศีรษะแรกเกิดต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้อาการคนท้องยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเด็ก สารอะคริลาไมด์เป็นสารก่อมะเร็งที่พบในอาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยวจำพวกมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมปังกรอบ บิสกิต แครกเกอร์ อาหารเช้าจากธัญพืช รวมทั้งอาหารที่ผ่านการทอด ปิ้ง ย่าง ในอุณหภูมิสูงหรือไหม้เกรียม บีพีเอหรือสารบิสฟีนอล เอ พบได้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่าง ๆ โดยบีพีเอจะรบกวนการทำงานของระบบสมอง ระบบต่อมไร้ท่อและระบบสืบพันธุ์ หลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง โดยเฉพาะอาหารเสริมที่มีปริมาณสารอาหารสูงมาก สำหรับคนท้องแล้วอาหารเสริมเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ http://www.momadad.com/

more... »

Tue, November 3 2015 » สุขภาพ » Comments Off on อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับอาการคนท้องในปัจจุบันนี้